สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน

สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน

1.ด้านกายภาพ

1.1ที่ตั้งของหมู่บ้านหรือชุมชนหรือตำบล

ที่ตั้ง องค์การบริหารส่วนตำบลท่าก๊อ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอแม่สรวย  อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ  600 – 1,500  เมตร มีระยะทางห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่สรวย  ประมาณ 22 กิโลเมตร โดยติดต่อกับพื้นที่ต่างๆ ในอำเภอแม่สรวยดังนี้
          – ทิศเหนือ        จดกับตำบลศรีถ้อย   และตำบลเจดีย์หลวง   อำเภอแม่สรวย  จังหวัดเชียงราย
          – ทิศใต้             จดกับอำเภอเวียงป่าเป้า       จังหวัดเชียงราย
          – ทิศตะวันออก   จดกับอำเภอพาน   จังหวัดเชียงราย
          – ทิศตะวันตก      จดกับอำเภอพร้าว  อำเภอไชยปราการ   จังหวัดเชียงใหม่

         เนื้อที่ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าก๊อ มีพื้นที่ประมาณ 387.58 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 242,237   ไร่   

1.2 ลักษณะภูมิประเทศพื้นที่ประกอบด้วยที่ราบเชิงเขาและพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าไม้  มีเทือกเขาสลับซับซ้อน   และมีที่ราบหุบเขาบางส่วนระหว่างภูเขาและที่ราบลุ่มแม่น้ำมีแม่น้ำที่สำคัญไหลผ่านคือแม่น้ำลาวและมีลำห้วยต่าง ๆ  เช่น  ลำห้วยแม่ยางมิ้น   ลำห้วยหลวง ห้วยน้ำขุ่น แม่ต๋ำหลวง แม่ผักแหละ ฯลฯ และพื้นที่ส่วนใหญ่ บนภูเขาอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ลาวฝั่งซ้าย และอุทยานแห่งชาติดอยหลวง

1.3 ลักษณะภูมิอากาศ
ฤดูหนาว
          เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เมื่อลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดเข้าสู่ประเทศไทยหรือมีบริเวณความกดอากาศสูงหรือมีอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยรวมระยะเวลานานประมาณ ๔ เดือนเป็นระยะเวลาเปลี่ยนฤดูกาลจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาวอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่มาปกคลุมประเทศไทยเป็นระยะ ๆทำให้บริเวณอำเภอแม่สรวยมีอากาศหนาวจัด โดยเฉพาะบริเวณเทือกเขาในเดือนกุมภาพันธ์ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลงเป็นลำดับทำให้บริเวณอำเภอแม่สรวยมีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีอากาศร้อนในตอนบ่ายซึ่งเป็นการสิ้นสุดฤดูหนาวในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์และเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนต่อไปแต่ยังมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้าต่อไปใน      ระยะหนึ่ง       
ฤดูร้อน
          เริ่มระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมอุณหภูมิสูงสุดในตอนบ่ายจะเริ่มขึ้นเกิน ๓๕.๐ องศาเซลเซียสแต่ในช่วงเช้าจะยังคงมีอากาศหนาวเย็นจนถึงประมาณเดือนมีนาคมลมที่พัดจากประเทศไทยเปลี่ยนจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นลมฝ่ายตะวันออกและลมฝ่ายใต้มากขึ้นโดยมีลมจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยพัดเข้าสู่ประเทศไทยในทางทิศใต้และตะวันออกประกอบกับจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนในช่วงฤดูร้อนทำให้มีอากาศร้อนอบอ้าวและแห้งแล้งทั่วไป และอาจเกิดพายุฤดูร้อนขึ้นได้ในบางวันโดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมจนถึงเดือนเมษายน

          ฤดูฝน
          เริ่มระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคมลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้าสู่ประเทศไทยและ       ร่องความกดอากาศต่ำเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านบริเวณประเทศไทยและจะไปสิ้นประมาณกลางเดือนตุลาคมเป็นระยะเวลานานประมาณ ๕ เดือน จะมีฝนตกชุกในเดือนสิงหาคมและกันยายนตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะอ่อนกำลังและจะเปลี่ยนเป็นลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือฝนบริเวณประเทศไทยตอนบนจะลดน้อยลงเป็นลำดับ

          1.4ลักษณะของดิน
          บริเวณที่ราบเป็นดินที่เกิดบนลานตะพักลำน้ำระดับต่างๆ และบริเวณภูเขาและที่สูงชันเป็นดินเกิดบนภูเขาและที่ลาดชันดินเกิดบนลานตะพักลำน้ำระดับต่าง ๆ ประกอบด้วยดินหลายชนิด เป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำถึงดีหรือดีปานกลางเนื้อดินร่วมจนถึงดินเหนียว มีการระบายน้ำดีจนถึงเลวปกติใช้ในการทำนาดินบนภูเขาและที่ชันมีทั้งดินลึกและดินตื้น บางแห่งมีก้อนกรวดและก้อนหินปะปนในเนื้อดินหรือกระจัดกระจายไปตามผิวดิน
          1.5 ลักษณะของแหล่งน้ำ
          แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ได้แก่ แม่น้ำลาว อ่างเก็บแม่ก๊อ อ่างห้วยดินดำ ลำห้วยแม่ยางมิ้น ลำห้วยหลวง ห้วยน้ำขุ่น แม่ต๋ำหลวง แม่ผักแหละ เป็นต้น
          แหล่งน้ำที่ใช้ในการบริโภค  ได้แก่
1.ระบบประปาหมู่บ้าน (หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 10, 11, 12, 13, 14, 20, 21, 22, 26, 27)       จำนวน    17    แห่ง
2.ระบบประปาภูเขา (หมู่ที่ 8, 9, 11, 15, 16, 17, 18, 19, 23, 24, 25)   จำนวน    11    แห่ง                                                                        

          1.6ลักษณะของไม้และป่าไม้
          มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงและป่าไม้จึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวน และเขตอุทยานแห่งชาติดอยดอยหลวง ป่าส่วนใหญ่เป็นไม้ประเภทป่าเบญจพรรณ

2.ด้านการเมือง/การปกครอง

           2.1 การปกครอง มีหมู่บ้านในเขตบริการสาธารณะทั้งหมด 27 หมู่บ้าน ได้แก่

  2.2 การเลือกตั้ง
คณะผู้บริหาร  จำนวน 3 คน ข้อมูล : ณ วันจันทร์ที่  27   พฤษภาคม  2562
    1.  นายสัมภาษณ์   ดาวเด่น       นายกองค์การบริหารส่วนตำบล
    2.  นายอดิศักดิ์      สุประเสริฐ    รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล
    3.  นายเอนก        อวดห้าว      เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบล

3.ประชากร

          3.1 ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนประชากร
ประชากรประชากรทั้งสิ้น 18,352คน ครัวเรือนประมาณ 6,180ครัวเรือน แยกเป็น ชาย 9,268คน หญิง  9,084 คน  มีความหนาแน่น เฉลี่ย 47.42 คน /ตารางกิโลเมตร
       1)  จำนวนหมู่บ้านในเขต อบต.(ตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฏร์ ปี 2559) 27 หมู่บ้าน ประกอบด้วย

ที่มา:ระบบสถิติทางการทะเบียน รายงานสถิติจำนวนประชากรและบ้าน ประจำปี พ.ศ. 2561
       วันที่5 มิถุนายน 2562

4.สภาพทางสังคม
          4.1  การศึกษา
                   – โรงเรียนประถมศึกษา                                                       8        แห่ง
                           (โรงเรียนขยายโอกาส  3แห่ง)
                   – ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน                                      27      แห่ง
                   – ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อบต.           9      แห่ง
          4.2 สาธารณสุข
          – โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล                    2        แห่ง
          – สถานพยาบาลเอกชน                                     2        แห่ง
          – ร้านขายยาแผนปัจจุบัน                                   1        แห่ง
          – อัตราการมีและใช้ส้วมราดน้ำ                        ร้อยละ   95

  1. 3 อาชญากรรม

– การจับกุมผู้กระทำผิดในคดีแต่ละประเภทที่ได้รับแจ้ง ส่วนใหญ่คดีอยู่ในความผิด 3 กลุ่ม  ได้แก่ 1. คดียาเสพติด 2. คดีทำร้ายร่างกาย ชีวิต และเพศ 3. คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์

  1. 4 ยาเสพติด

จากการประเมินสถานการณ์ปัญหา   ยาเสพติดในปี 2556 ที่ผ่านมา พบว่าปัญหา  ยาเสพติด ใน
จังหวัดเชียงราย ยังคงทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เป็นลำดับ โดยเฉพาะปัญหาแหล่งผลิตใน ประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ปัญหาการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย และปัญหาผู้เสพ/ผู้ติดรายใหม่ และรายเก่าที่ยังดำรงอยู่และขยายตัวรุนแรงมากยิ่งขึ้น

           สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในตำบลท่าก๊อ
1.เนื่องจากสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขามีเทือกเขาสลับซับซ้อน มีเส้นทางเชื่อมต่อกับจังหวัด
เชียงใหม่ ทำให้เอื้อต่อการเดินทางเพื่อลำเลียงยาเสพติด
2.ปัญหาด้านการผลิต การค้า การลำเลียง    ยาเสพติดในพื้นที่ตำบลท่าก๊อไม่มีแหล่งผลิต แต่เป็นแหล่งพักยาเสพติด ส่วนการค้าและการลำเลียง ยังมีปัญหาอยู่หลายหมู่บ้าน เนื่องจากตำบลท่าก๊อมีเขตติดต่อกับอำเภอพร้าว  ไชยปราการ ฝางและแม่อายซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนติดกับประเทศพม่า และพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่า มีภูเขาสลับซับซ้อนจึงทำให้โอกาสในการนำยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ค่อนข้างสูง
3.เด็กและเยาวชนมีความเสี่ยงต่อการติดยาเสพติดทั้งนี้จะมีโอกาสถูกหลอกให้ใช้ยาเสพติดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือความอยากรู้อยากลองในสิ่งเสพติดจากการตรวจพบมีเยาวชนที่มีอายุน้อยกว่า ๑๕ ปี เข้ารับการบำบัด
4.ปัญหาด้านการแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่มีปริมาณผู้ค้าและผู้เสพในตำบลเพิ่มขึ้น
5.ปัญหาของเยาวชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ เยาวชนกลุ่มเสี่ยงจะเป็นกลุ่มเยาวชนนอกสถานศึกษาเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากมีโอกาสในการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมากกว่าเยาวชนในสถานศึกษาและเริ่มมีการแพร่ระบาดเข้าไปยังสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง
6.ปัญหายาเสพติดในกลุ่มของผู้ใช้แรงงาน รับจ้างทั่วไป เนื่องจากใช้ยาเสพติดในการกระตุ้นร่างกายเพื่อให้การทำงานได้มากกว่าปกติทำให้กลุ่มผู้ใช้แรงงานจากที่อื่นนำยาเสพติดเข้ามาแพร่ระบาด
7.กลุ่มผู้เสพที่ผ่านการบำบัดและกลับมาใช้ยาเสพติดอีกครั้ง สาเหตุจากสภาพแวดล้อมทางสังคม เช่นดื่มสุราในงานเลี้ยงต่าง ๆ และการคลุกคลี คบเพื่อนกลุ่มเดิมจึงทำให้มีโอกาสในการหวนกลับมาใช้ยาอีกครั้ง

          การดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาด้านยาเสพติดของตำบลท่าก๊อ
อบต.ท่าก๊อได้ดำเนินโครงการในการป้องกันปัญหายาเสพติดให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายดังนี้
1.ด้านการค้นหาผู้ค้าและผู้เสพได้ร่วมกับทางปกครอง กำนันผู้ใหญ่บ้านในการจัดเวทีประชาคมเพื่อ
ค้นหาผู้เสพจากนั้นจะมีข้อมูลชุดหนึ่งซึ่งเป็นความลับที่ทางปกครองใช้เป็นแนวทางในการทำงานด้านการป้องกันร่วมกับทางองค์การบริหารส่วนตำบลท่าก๊อ
          2. จัดทำโครงการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา มีผู้เข้ารับการบำบัดทั้งสิ้นจำนวน 200 คนเป็นการร่วมมือกันระหว่าง ฝ่ายปกครองท้องที่ ท้องถิ่น สถานีตำรวจ สาธารณสุข
          3. ฝึกอาชีพให้กับผู้ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติด จำนวน 50 คน ฝึกด้านวิชาชีพช่างเบื้องต้น เช่นการเดินสายไฟ การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเบื้องต้น การซ่อมจักรยานยนต์ โดยร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคเวียงป่าเป้า
          4. ฝึกอบรมให้ความรู้กับเยาชนและประชาชนทั่วไป โดยมีเป้าหมายจำนวน 241 คน ร่วมมือกับทางสถานีตำรวจ ฝ่ายปกครอง
          5. สนับสนุนงบประมาณให้กับสถานศึกษาในตำบล จำนวน 8 แห่งๆละ 5,000 บาทต่อปี เพื่อให้สถานศึกษาจัดทำโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในโรงเรียน
          6. จัดทำโครงการรณรงค์และป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในเด็กและเยาวชน (TO BE NUMBER ONE) มีชมรมที่เป็นรูปธรรมและดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง 2 พื้นที่ คือชมรมทูบีนัมเบอร์วันบ้านป่าลัน และชมรมทูบีนัมเบอร์วันบ้านดินดำดอนแก้ว ซึ่งทั้งสองชมรมมีสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 1,190 คน และชมรมทูบีนัมเบอร์วันบ้านป่าลันดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบันได้รับรางวัลต้นแบบระดับเงิน  ชมรมทูบีนัมเบอร์วันบ้านดินดำดอนแก้ว ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2556 ได้รับรางวัลกลุ่มดีเด่นระดับภาคซึ่งได้เป็นตัวแทนของภาคเหนือเ